ก้าวสู่การดูแลสุขภาพเชิงรุก ด้วย EDIM Cancer Screening Test

หลายคนเชื่อว่า "ไม่มีอาการ ก็แปลว่ายังแข็งแรง" แต่ในความเป็นจริง โรคมะเร็งหลายชนิดสามารถพัฒนาอยู่ภายในร่างกายเป็นเวลานานโดยไม่แสดงอาการ กว่าจะเริ่มมีสัญญาณผิดปกติ โรคอาจลุกลามจนทำให้การรักษามีความซับซ้อนมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ การตรวจคัดกรองจึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงรุก เพราะช่วยให้เรามองเห็นความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และสามารถวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

หนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจในปัจจุบัน คือ EDIM Cancer Screening Test การตรวจเลือดที่ช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคมะเร็งผ่านการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจช่วยบ่งชี้ความผิดปกติได้ก่อนที่โรคจะแสดงอาการ

โดยเป็นนวัตกรรมการตรวจที่มุ่งค้นหาความผิดปกติในระดับเซลล์ผ่านการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน จึงมักถูกกล่าวถึงว่าเป็นการตรวจใน "ระยะ 0.5"   โดยเป็นการตรวจพบความผิดปกติระดับเซลล์ก่อนที่จะเกิดก้อนมะเร็งหรือเป็นช่วงก่อนที่มะเร็งจะก่อตัวเป็นก้อนและก่อนที่ความผิดปกติจะสามารถตรวจพบได้ด้วยการตรวจภาพวินิจฉัยบางชนิด

EDIM Cancer Screening Test คืออะไร?

EDIM (Epitope Detection in Monocytes) Cancer Screening Test เป็นการตรวจเลือดที่อาศัยการวิเคราะห์การทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด Macrophage ซึ่งมีหน้าที่ตรวจจับและกำจัดสิ่งแปลกปลอม รวมถึงเซลล์ที่เกิดความผิดปกติภายในร่างกาย  โดยเมื่อตรวจพบเซลล์ที่ผิดปกติ Macrophage จะกลืนกินเซลล์เหล่านั้น และสามารถตรวจหาตัวบ่งชี้สำคัญ ได้แก่

TKTL1 (Transketolase-like 1) โปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญพลังงานของเซลล์มะเร็ง

Apo10 โปรตีนที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของกระบวนการตายของเซลล์ (Apoptosis)

การวิเคราะห์โปรตีนทั้งสองชนิดนี้ ช่วยให้แพทย์ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในระดับเซลล์ ผ่านการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน

 

แตกต่างจากการตรวจสุขภาพทั่วไปอย่างไร?

การตรวจสุขภาพประจำปีโดยทั่วไป เช่น การตรวจเลือด การเอกซเรย์ หรืออัลตราซาวด์ มีบทบาทสำคัญในการประเมินสุขภาพและค้นหาความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ   ขณะที่ EDIM Cancer Screening Test เป็นการประเมินข้อมูลในอีกมุมหนึ่ง โดยอาศัยการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อเซลล์ที่ผิดปกติ จึงช่วยเพิ่มข้อมูลประกอบการประเมินความเสี่ยงได้ลึกกว่าการตรวจสุขภาพทั่วไป

 

อย่างไรก็ตาม การตรวจ EDIM ไม่ใช่การตรวจเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคมะเร็ง หากผลตรวจพบความผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น CT Scan, MRI, PET/CT Scan หรือการตรวจอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

 

ขั้นตอนการตรวจ

การตรวจทำได้ง่าย ใช้เพียงตัวอย่างเลือดประมาณ 3 ซีซี

ตัวอย่างเลือดจะถูกนำไปวิเคราะห์ด้วยเทคนิคเฉพาะ เพื่อประเมินโปรตีน TKTL1 และ Apo10 ภายในเม็ดเลือดขาว Macrophage โดยห้องปฏิบัติการมาตรฐานในประเทศเยอรมนี ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 10 วัน ในการรายงานผล

 

EDIM Cancer Screening Test เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็ง
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือเคยสูบบุหรี่
  • ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • ผู้ที่สัมผัสสารเคมี สารพิษ หรือรังสีจากการทำงาน
  • ผู้ที่พักผ่อนน้อย มีความเครียดสะสม หรือใช้ชีวิตเร่งรีบ
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่เคยรักษาโรคมะเร็งและต้องการติดตามสุขภาพร่วมกับแพทย์
  • ผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพเชิงลึกแม้ยังไม่มีอาการผิดปกติ

EDIM Cancer Screening Test  มีข้อจำกัดในการตรวจหรือไม่?

เพื่อให้ผลตรวจมีความแม่นยำมากขึ้น แพทย์อาจพิจารณาเลื่อนการตรวจในกรณี เช่น  เพิ่งได้รับการผ่าตัดหรือรักษาโรครุนแรงภายในช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมา  หรือ อยู่ระหว่างการติดเชื้อหรือมีการอักเสบเฉียบพลัน   มีภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลันที่อาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน   ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการตรวจก่อนทุกครั้ง

 

เพราะการตรวจเร็ว ช่วยให้วางแผนดูแลสุขภาพได้เร็ว


 
การค้นพบความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไม่ได้หมายถึงการยืนยันว่ามีโรคมะเร็ง แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการตรวจเพิ่มเติม การติดตามสุขภาพ และการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม

 
การดูแลสุขภาพในปัจจุบันจึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการรักษาเมื่อเกิดโรคแล้ว แต่ให้ความสำคัญกับการประเมินความเสี่ยงและการป้องกันก่อนโรคจะลุกลาม  เพราะการได้รับข้อมูลตั้งแต่ระยะ 0.5 หรือระยะก่อนเริ่มต้นช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการตรวจติดตามหรือการตรวจยืนยันเพิ่มเติมได้อย่างเหมาะสม เพิ่มโอกาสในการดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที

 
EDIM Cancer Screening Test จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการตรวจสุขภาพเชิงลึก ที่ช่วยให้คุณรู้เท่าทันความเสี่ยง วางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างมั่นใจ และเพิ่มโอกาสในการตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ภายใต้การประเมินและคำแนะนำของแพทย์ผู้มีประสบการณ์

บทความที่เกี่ยวข้อง
PSF ตัวช่วยฟื้นฟู ซ่อมแซมการบาดเจ็บกระดูก เส้นเอ็น และข้อ ด้วยเกล็ดเลือดตนเอง
Platelet Special Factors (PSF) เป็นการสกัดแยกเกล็ดเลือดจากเลือดของผู้ป่วยเอง โดยผ่านกระบวนการกระตุ้นให้ออกฤทธิ์มากขึ้น จึงนำมาฉีดกลับไปยังจุดที่เกิดปัญหาในร่างกาย ซึ่งเกล็ดเลือดจะมีการสร้าง Growth Factor ออกมา เพื่อดึงดูดเซลล์มาซ่อมแซม
ตรวจ ภาวะไวต่ออาหาร(My Food Profile) 232 ชนิด ช่วยลดเสี่ยงอาการเรื้อรังแบบไม่มีสาเหตุ
เมื่อกล่าวถึงเรื่องการแพ้อาหาร สิ่งที่คนส่วนใหญ่คิด เช่น ผื่นคัน อาเจียน หายใจไม่สะดวก ใบหน้าบวม ซึ่งอาการเหล่านี้คือการแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แต่ละคนมักจะทราบกันอยู่แล้วว่าแพ้
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy