ตรวจ ภาวะไวต่ออาหาร(My Food Profile) 232 ชนิด ช่วยลดเสี่ยงอาการเรื้อรังแบบไม่มีสาเหตุ

เมื่อกล่าวถึงเรื่องการแพ้อาหาร สิ่งที่คนส่วนใหญ่คิด เช่น ผื่นคัน อาเจียน หายใจไม่สะดวก ใบหน้าบวม ซึ่งอาการเหล่านี้คือการแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แต่ละคนมักจะทราบกันอยู่แล้วว่าแพ้ แค่ในบางครั้งอาจหลงลืม อยากทานจนอดใจไม่ไหว หรือผสมมาโดยไม่ทราบ แต่อย่างน้อยก็ทราบว่าแพ้สิ่งใด แต่สิ่งที่จะมาทำความรู้จักในครั้งนี้ คือ ภาวะไวต่ออาหารหรือการแพ้อาหารแฝง

ภาวะไวต่ออาหาร แตกต่างกับการการแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน เพราะในการแพ้อาหารแบบเฉียบพลันนั้น ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีชนิด IgE โดยทำปฏิกิริยากับอาหารที่แพ้อย่างรุนแรง แต่ในด้านของการแพ้อาหาร แฝง ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีชนิด IgG ทำปฏิกิริยากับอาหารที่แพ้ โดยจะไม่แสดงอาการในทันที แต่จะค่อยเป็นค่อยไป และจะเกิดเมื่อทานอาหารชนิดที่ร่างกายต่อต้านนั้นซ้ำ ๆ ซึ่งจะส่งผลกับร่างกาย ทำให้เกิดอาการผิดปกติเรื้อรังได้กับในหลายระบบของร่างกาย โดยที่หาสาเหตุของโรคไม่ได้

 

ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป แพ้แบบไม่รุนแรง แต่เรื้อรัง

ภาวะไวต่ออาหาร มีอาการที่หลากหลาย ไม่รุนแรง แต่เรื้อรัง และมักจะไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการ ซึ่งการที่จะทำให้ทราบว่าแพ้อาหารแฝงใดจะต้องทำการตรวจภาวะไวต่ออาหาร ซึ่งในปัจจุบัน กายคตาสามารถตรวจภาวะไวต่ออาหาร 232 ชนิด  นับว่าเป็นการตรวจที่ครอบคลุมชนิดอาหารกลุ่มหลักที่ทานกันอยู่เป็นประจำ ได้แก่

  • นม กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม เช่น เนย ชีส โยเกิร์ต
  • ไข่
  • ธัญพืช กลุ่มที่มีกลูเตน
  • ธัญพืช กลุ่มที่ไม่มีกลูเตน
  • ผัก
  • ผลไม้
  • ปลา อาหารทะเล
  • สมุนไพร เครื่องเทศ
  • ข้าว
  • อื่น ๆ

 

แนวทางการตรวจและผลการตรวจ 

การตรวจ ภาวะไวต่ออาหาร จะทำโดยการเจาะเลือด โดยไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร ซึ่งผลตรวจจะแสดงออกมาเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • สีแดง กลุ่มอาหารที่แพ้ระดับรุนแรง
  • สีส้ม กลุ่มอาหารที่แพ้ระดับปานกลาง
  • สีเหลือง กลุ่มอาหารที่แพ้ระดับต่ำ
  • สีเขียว กลุ่มอาหารที่ไม่พบปัญหา

ภายหลังทราบผลการตรวจ แพทย์จะให้คำแนะนำถึงแนวทางของอาหารในแต่ละกลุ่มที่แต่ละบุคคลแพ้ ว่าควรหลีกเลี่ยงในระดับใด หรือหากจะทานควรทานมากน้อยเพียงใด เพื่อช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงอาหารที่ไวต่อการแพ้ แต่ขณะเดียวกันก็สามารถบาลานซ์การใช้ชีวิตเกี่ยวกับการทานอาหารได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย 

 

การตรวจภาวะไวต่ออาหารสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ

การตรวจ ภาวะไวต่ออาหาร เป็นการตรวจที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาภูมิแพ้ ภูมิเพี้ยน ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง ผู้ที่มีอาการป่วยเรื้อรังที่ไม่ทราบสาเหตุ ผู้ที่มีปัญหาโรคเรื้อรังที่มีลำไส้รั่วซึมเป็นสาเหตุ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่กลุ่มต่าง ๆ ที่กล่าวไปข้างต้นจะเหมาะสมควรจะตรวจเท่านั้น แต่บุคคลทั่วไปก็ควรตรวจด้วยเช่นเดียวกัน นั่นก็เพราะอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเรา หลายครั้งก็หาสาเหตุไม่ได้ แต่ในทางกลับกันเพียงแค่ตรวจ ภาวะไวต่ออาหาร แล้วอาจกลายเป็นทางออกหนึ่งที่จะช่วยให้อาการที่เกิดขึ้นแบบหาสาเหตุไม่พบนั้นถูกแก้ไข เพียงแค่หลีกเลี่ยงอาหารที่ไวต่อการแพ้ ก็ย่อมดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน

 

แต่ที่มากกว่าการแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว การตรวจภาวะไวต่ออาหาร ยังจะช่วยเป็นแนวทางป้องกันปัญหาสุขภาพได้อีกทางหนึ่ง เพราะเมื่อรู้ว่าสิ่งใดคืออาหารที่ไวต่อการแพ้ ย่อมควรหลีกเลี่ยงหรือปรับลดการทานอาหารชนิดนั้น ๆ ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งคำแนะนำเหล่านี้ย่อมจะช่วยลดปัญหาสุขภาพอันมีที่มาจากปัญหาของภาวะไวต่ออาหารได้

..................


บทความที่เกี่ยวข้อง
เปปไทด์ Peptide
เปิดโลกสู่เรื่องราวของเปปไทด์ (Peptide) เพื่อไขข้อข้องใจว่าเปปไทด์คืออะไร มีที่มาอย่างไร และช่วยรักษาบรรเทาเรื่องของความปวดได้อย่างไร
High Power Laser ลงลึกอย่างตรงจุดเพื่อลดปวด
เลเซอร์พลังงานสูง (High Power Laser) อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ลดอาการปวด อาการอักเสบ ซึ่งโดดเด่นมีประสิทธิภาพสูงในการช่วยบำบัดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ข้อต่อในร่างกาย
ทำความรู้จักกับ  Biological Therapy เทคโนโลยีแห่งการรักษาและฟื้นฟูร่างกายแห่งอนาคต
Biological Therapy เป็นการบำบัดโดยใช้ Mesenchymal Biological Cell : MSC คือ เซลล์ต้นกำเนิดที่นำมาใช้เพื่อช่วยแก้ไขเซลล์ที่เสื่อมสภาพ โดยร่างกายจะนำเซลล์ใหม่ไปยังร่างกายส่วนที่เกิดปัญหาโดยอัตโนมัติ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy